เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และเทคโนโลยีการติดตามอื่นๆซึ่งปรับปรุงประสบการณ์เว็บของคุณวิเครา บางส่วนมีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ของเราในขณะที่คนอื่นๆเป็นตัวเลือกแล คุกกี้และเทคโนโลยีการติดตามอื่นๆอาจถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณและวางโดยเราและคู่ค้าที่เชื่อถือได้ โปรดไปที่ผู้จัดการความยินยอมคุกกี้ของเราสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และเทคโนโลยีการติดตามอื่นๆและเพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม นโยบายคุกกี้ ของเรา เมื่อใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีการติดตามอื่นๆตามที่อธิบายไว้ในประกาศฉบับนี้
EN
/
TH
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Element Group รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง Element Energy (Thailand) Co., Ltd. (“เรา”) ตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึงข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เราได้จัดทำ "นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" (“นโยบาย”) นี้เพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์ หลักการ และความปลอดภัยในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายนี้ใช้กับเว็บไซต์ของเรา แอปพลิเคชันมือถือ โชว์รูม เว็บไซต์โซเชียลมีเดีย กิจกรรม และช่องทางอื่นๆ ที่เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่เก็บรวบรวมโดยตรงหรือโดยอ้อม รวมถึงข้อมูลที่ได้จากบริษัทในเครือ บริษัทลูก หรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา


1. ข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 คำจำกัดความ:
• ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม
• ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า การรู้จำเสียง การสแกนจอประสาทตา) หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในลักษณะเดียวกับที่กำหนดโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
• กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• คุกกี้ (Cookies) คือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ถูกเก็บในรูปแบบไฟล์ข้อความและส่งไปยังเบราว์เซอร์ของเจ้าของข้อมูลเพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่มีการเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เรารวบรวมประกอบด้วยแต่ไม่จำกัดเพียง:
• ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขพาสปอร์ต หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขใบขับขี่ ลายเซ็น รูปถ่าย ทะเบียนบ้าน รายละเอียดครอบครัว ข้อมูลบัญชี (เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน) และข้อมูลอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน
• ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ที่ทำการจัดส่ง ที่อยู่ในการเรียกเก็บเงิน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล และรายละเอียดการติดต่อจากเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย
• ข้อมูลการเงิน: ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลการชำระเงิน สัญญาทางการเงิน รายงานการเงิน เงินกู้ ข้อมูลบัตรเครดิต ประวัติการเงิน และข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
• ข้อมูลยานพาหนะ: สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสถานีชาร์จที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ ข้อมูลเช่น หมายเลขประจำตัวรถ (VIN) หมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น ปี สี และข้อมูลการบำรุงรักษาและการประกันภัยที่เกี่ยวข้อง
• ข้อมูลการยืนยันตัวตนและการพิสูจน์ตัวตน: ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบลูกค้ารู้จักลูกค้า (KYC) การจัดการความเสี่ยง และการต่อต้านการฟอกเงิน
• รายละเอียดธุรกรรม: ธุรกรรมการชำระเงิน รวมถึงจำนวนเงิน วันที่และเวลาของธุรกรรม คำขอคืนเงิน การซื้อบริการ และข้อมูลการเรียกเก็บเงินที่เกี่ยวข้อง
• ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์: หมายเลข IP คุกกี้ รายละเอียดเบราว์เซอร์ ตัวระบุอุปกรณ์ ข้อมูลตำแหน่ง ระบบปฏิบัติการ และประวัติการท่องเว็บ
• การวิเคราะห์ตลาดและข้อมูลการตลาด: แบบสำรวจความคิดเห็นลูกค้า การเข้าร่วมการวิจัยตลาด ความชอบ และการสื่อสารเกี่ยวกับบริการและข้อเสนอ
• ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน: ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา ข้อมูลสุขภาพ (หากให้ข้อมูล) และข้อมูลชีวภาพที่จำเป็นสำหรับข้อเรียกร้องหรือบริการเฉพาะ

1.3 แหล่งที่มาของข้อมูลที่เก็บรวบรวม
เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลโดยตรงหรือโดยอ้อมจากแหล่งต่างๆ เช่น พันธมิตรทางธุรกิจ แหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือผ่านบุคคลที่สาม ข้อมูลอาจถูกรวบรวมเมื่อคุณมีปฏิสัมพันธ์กับบริการของเรา กรอกแบบฟอร์ม เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราหรือใช้แอปพลิเคชันมือถือของเรา


2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเรามีดังนี้:

2.1 สำหรับลูกค้าของเรา:
• เพื่อจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า ปฏิบัติตามข้อตกลงในการให้บริการ และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
• เพื่อจัดการข้อร้องเรียนจากลูกค้า ดำเนินการธุรกรรม ให้การสนับสนุน และรับประกันประสบการณ์ที่ดีโดยรวมของลูกค้า
• เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ดำเนินการประเมินความเสี่ยง และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลและความสมบูรณ์ของบริการ
• เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับการอัปเดตบริการ กำหนดการบำรุงรักษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ สำหรับสถานีชาร์จของเรา
• เพื่อเปิดให้เข้าถึงสถานีชาร์จ ติดตามการใช้งาน และรับประกันการดำเนินงานที่ราบรื่นของสถานีชาร์จ
• เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมการชำระเงิน ดำเนินการเรียกเก็บเงิน ออกใบเสร็จรับเงิน และจัดการบัญชีลูกค้าสำหรับบริการที่ให้
• เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นและปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้เพื่อปรับปรุงข้อเสนอการบริการและรับประกันว่าความต้องการของลูกค้าได้รับการตอบสนอง
• เพื่อค้นหาและป้องกันกิจกรรมการฉ้อโกง การเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบริการของเรา
• เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการตลาด ข้อเสนอส่งเสริมการขาย และสื่อสารฟีเจอร์หรือบริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานีชาร์จของเรา

2.2 สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้รับจ้างของเรา:
• เพื่อจัดการการดำเนินงานทางธุรกิจ ดำเนินการชำระเงิน ให้บริการโลจิสติกส์ และปรับปรุงคุณภาพบริการโดยรวม
• เพื่อการจัดการผู้จำหน่าย การฝึกอบรม และการตรวจสอบการดำเนินงาน
• เพื่อสื่อสารกับผู้จำหน่าย ดำเนินการสั่งซื้อ และทบทวนสัญญา

2.3 สำหรับผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชม และบุคคลอื่น ๆ:
• เพื่อให้บริการและปรับปรุงบริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของเรา
• เพื่อเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มดิจิทัลของเรา รวมถึงการป้องกันอาชญากรรมและเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน

3. การเปิดเผย การแชร์ หรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 ภายใน Element Group และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง:
เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายใน Element Group รวมถึงบริษัทย่อย พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่ได้รับอนุญาต เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

3.2 ผู้ให้บริการภายนอก:
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกร่วมแชร์กับผู้ให้บริการภายนอกที่ช่วยเหลือเราดำเนินการงานต่างๆ เช่น การให้บริการหลังการขาย การทำแบบสำรวจ การให้บริการการตลาด และอื่น ๆ

3.3 การโอนข้อมูลข้ามประเทศ:
เราอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศอื่น ๆ ที่เราดำเนินการหรือไปยังผู้ให้บริการภายนอก โดยรับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. ความปลอดภัยของข้อมูล

เราได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเพื่อให้การประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัย มาตรการเหล่านี้จะจำกัดการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตและป้องกันการขโมยหรือสูญหายของข้อมูล เราได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการจัดการอย่างปลอดภัยในทุกขั้นตอน

5. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล

เราเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายนี้ ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลโดยทั่วไปของเราคือไม่เกิน 10 ปี หลังจากนั้นข้อมูลจะได้รับการทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนหรือถูกลบตามนโยบายการเก็บรักษาและการกำจัดข้อมูลของเรา


6. สิทธิของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูล

ในฐานะเจ้าของข้อมูล คุณมีสิทธิ์ดังต่อไปนี้:

6.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: ขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เรามีเกี่ยวกับคุณ

6.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ขอให้แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือข้อมูลที่ล้าสมัย

6.3 สิทธิในการลบข้อมูล: ขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีที่มีเงื่อนไขที่กำหนด

6.4 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล: ขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังเอนทิตีอื่นในรูปแบบที่มีโครงสร้างและใช้กันทั่วไป

6.5 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล: คัดค้านการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีที่เราพึ่งพาผลประโยชน์ทางกฎหมาย งานสาธารณะ หรือข้อผูกมัดทางกฎหมาย

6.6 สิทธิในการจำกัดการประมวลผล: ขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลของคุณ

6.7 สิทธิในการถอนความยินยอม: ถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ทุกเมื่อ

6.8 สิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียน: ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของคุณภายใต้กฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง


7. การให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม

หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา คุณยืนยันว่าได้แจ้งให้บุคคลนั้นทราบเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้และได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น (หากจำเป็น) สำหรับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเขาหรือเธอ


8. การใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันในเว็บไซต์ของเราเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและจัดการบริการ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูนโยบายคุกกี้ของเรา

9. การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะได้รับการตรวจสอบและอัปเดตเป็นระยะ ๆ เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินการข้อมูลหรือข้อกำหนดทางกฎหมาย เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เราจะแจ้งให้คุณทราบผ่านเว็บไซต์ของเราและให้เวอร์ชันที่อัปเดต


10. ข้อมูลการติดต่อ

หากคุณมีข้อสงสัยหรือคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ โปรดติดต่อเราที่:
Element Energy (Thailand) Co., Ltd.
อีเมล: info@elementenergy.io
โทรศัพท์: 081 943 0669
ที่อยู่: 17 ซอยพระรามเก้า 60 (ซอย 8 เสรี 7) แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
เว็บไซต์: https://elementenergy.io/
เรามุ่งมั่นที่จะตอบคำถามหรือข้อกังวลใด ๆ ที่คุณอาจมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในลักษณะที่โปร่งใสและทันท่วงที

นโยบายค่าปรับสำหรับการใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า (EV One Station)
วัตถุประสงค์

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราค่าปรับ ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าของบริษัท เอเลเม้นท์ เอ็นเนอร์จี้ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ภายใต้ชื่อทางการค้า
EV One Station ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้บริการสถานีชาร์จเป็นไปอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงสำหรับผู้ใช้บริการทุกราย และเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้ทุกสถานี

คำนิยาม

เพื่อความชัดเจนในการตีความและบังคับใช้นโยบายฉบับนี้ ให้คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่ข้อความจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
หลักเกณฑ์และอัตราค่าปรับ
กรณีเข้าจอดแล้วไม่ชาร์จ หรือเสียบสายแล้วไม่ชาร์จ

เมื่อยานพาหนะของผู้ใช้บริการเข้าจอดในช่องชาร์จแล้ว ผู้ใช้บริการต้องเริ่มการชาร์จภายใน 15 (สิบห้า) นาที นับจากเวลาที่ระบบตรวจพบว่ายานพาหนะเข้าจอดในช่องชาร์จ หากผู้ใช้บริการไม่เริ่มการชาร์จภายในระยะเวลาดังกล่าว ระบบ Flap-lock Device จะทำงานล็อกล้อยานพาหนะโดยอัตโนมัติ และบริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับจากผู้ใช้บริการในอัตรา 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ต่อ 1 (หนึ่ง) รอบระยะเวลา 6 (หก) ชั่วโมง โดยเริ่มนับรอบตั้งแต่เวลาที่ผู้ใช้บริการเริ่มฝ่าฝืนตามข้อนี้ และนับต่อเนื่องจนกว่าผู้ใช้บริการจะดำเนินการแก้ไขสถานะการฝ่าฝืนดังกล่าวแล้วเสร็จ ทั้งนี้ หากระยะเวลาการฝ่าฝืนเกินกว่า 6 (หก) ชั่วโมง ไม่ว่าจะเกินเพียงบางส่วน ให้ถือว่าเป็นการเข้าสู่รอบระยะเวลา
6 (หก) ชั่วโมงถัดไป และบริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มอีก 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) สำหรับรอบดังกล่าว และให้คิดค่าปรับในลักษณะเดียวกันสำหรับทุกรอบระยะเวลา 6 (หก) ชั่วโมงที่ยังคงมีการฝ่าฝืน

กรณีชาร์จเสร็จสิ้นแล้วไม่เคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากช่องชาร์จ

เมื่อการชาร์จเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ถอดสายชาร์จและเคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากช่องชาร์จภายใน 15 (สิบห้า) นาที นับจากเวลาที่การชาร์จเสร็จสิ้น หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับจากผู้ใช้บริการในอัตรา 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ต่อ 1 (หนึ่ง) รอบระยะเวลา 6 (หก) ชั่วโมง โดยเริ่มนับรอบตั้งแต่เวลาที่ผู้ใช้บริการเริ่มฝ่าฝืนตามข้อนี้ และนับต่อเนื่องจนกว่าผู้ใช้บริการจะเคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากช่องชาร์จแล้วเสร็จ ทั้งนี้ หากระยะเวลาการฝ่าฝืนเกินกว่า 6 (หก) ชั่วโมง ไม่ว่าจะเกินเพียงบางส่วน ให้ถือว่าเป็นการเข้าสู่รอบระยะเวลา 6 (หก) ชั่วโมงถัดไป และบริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มอีก 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) สำหรับรอบดังกล่าว และให้คิดค่าปรับในลักษณะเดียวกันสำหรับทุกรอบระยะเวลา 6 (หก) ชั่วโมงที่ยังคงมีการฝ่าฝืน

ค่าปรับตามข้อ 3.1 และข้อ 3.2 เป็นค่าปรับที่แยกต่างหากจากค่าบริการชาร์จ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ใช้บริการยังมิได้ชำระค่าบริการชาร์จ บริษัทมีสิทธินำค่าปรับดังกล่าวไปรวมเรียกเก็บพร้อมกับค่าบริการชาร์จโดยอัตโนมัติ หากผู้ใช้บริการได้ชำระค่าบริการชาร์จแล้ว บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับดังกล่าวผ่านช่องทางการชำระค่าปรับตามข้อ 4

ช่องทางการชำระค่าปรับ

บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับตามข้อ 3.1 และ 3.2 ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งหรือหลายช่องทาง ดังนี้
  • โอนเงินโดยตรงเข้าบัญชีของบริษัท ผ่านการติดต่อทาง LINE Official Account: @Evonestation
  • ช่องทางอื่นใดที่บริษัทเปิดให้บริการจะประกาศกำหนดเพิ่มเติม

ข้อยกเว้นการเรียกเก็บค่าปรับ

บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าปรับตามข้อ 3.1 และ 3.2 หากความล่าช้าหรือการไม่ชาร์จเกิดจากเหตุขัดข้องของอุปกรณ์หรือระบบของสถานีชาร์จเอง หรือเหตุสุดวิสัยอื่นใดที่มิได้เกิดจากผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการต้องแจ้งเหตุขัดข้องดังกล่าวต่อบริษัทภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด

ข้อกำหนดทั่วไป

  • การเรียกเก็บค่าปรับตามนโยบายนี้ไม่ตัดสิทธิของบริษัทในการดำเนินการอื่นใดตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ หรือสิทธิตามกฎหมายที่บริษัทพึงมี รวมถึงสิทธิในการระงับการให้บริการชั่วคราวหรือถาวรแก่ผู้ใช้บริการที่ฝ่าฝืนนโยบายนี้ซ้ำหลายครั้ง
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม โดยจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงผ่านเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท และให้ถือว่านโยบายฉบับปรับปรุงล่าสุดมีผลใช้บังคับทันทีที่ประกาศ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ evonestation.io หรือ EV One Station Contact Center
  • โทร. 081-943-0669.

นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24.02.2569 เป็นต้นไป
นโยบายการออกใบกำกับภาษี
สำหรับบริการสถานีชาร์จไฟฟ้า (EV One Station)
วัตถุประสงค์

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และเงื่อนไขในการขอรับใบกำกับภาษีสำหรับการใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าของ บริษัท เอเลเม้นท์ เอ็นเนอร์จี้ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ภายใต้ชื่อ EV One Station เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบถึงช่องทาง ขั้นตอน ระยะเวลา และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขอรับใบกำกับภาษีอย่างชัดเจนและถูกต้อง

คำนิยาม

เพื่อความชัดเจนในการตีความและบังคับใช้นโยบายฉบับนี้ ให้คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่ข้อความจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับใบกำกับภาษี
ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะขอรับใบกำกับภาษีสำหรับการใช้บริการชาร์จไฟฟ้า สามารถยื่นคำขอผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
ภายใน 3 (สาม) วันนับแต่วันที่ใช้บริการเสร็จสิ้น เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการออกและนำส่งใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดังกล่าวให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ใช้บริการเสร็จสิ้นเป็นวันแรก

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการยื่นคำขอภายหลังระยะเวลาตามข้อ 3.1 ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด เพื่อให้บริษัทตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินการของบริษัทจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
ผู้ใช้บริการสามารถยื่นคำขอรับใบกำกับภาษีสำหรับการใช้บริการในเดือนใด ๆ ได้ไม่เกินวันที่ 3 (สาม) ของเดือนถัดจากเดือนที่ใช้บริการ เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการจัดทำและประมวลผลข้อมูลทางบัญชีและภาษีภายในรอบการประมวลผลที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับคำขอรับใบกำกับภาษีที่ยื่นภายหลังวันที่ 3 (สาม) ของเดือนถัดจากเดือนที่ใช้บริการ เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันสิ้นสุดการรับคำขอสำหรับรอบการประมวลผลทางบัญชีและภาษีของเดือนที่มีการใช้บริการ โดยการดำเนินการเกี่ยวกับใบกำกับภาษีของบริษัทจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

สำหรับการขอรับใบกำกับภาษีผ่าน Webapp เมื่อผู้ใช้บริการชำระค่าบริการชาร์จไฟฟ้าเสร็จสิ้น ระบบจะแสดงหน้าสรุปการใช้บริการ (Summary of Charge) ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกขอรับใบกำกับภาษี และระบุบัญชีอีเมล (“E-mail Address”) สำหรับรับลิงก์ (“Link”) เพื่อกรอกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการออกใบกำกับภาษี

ผู้ใช้บริการต้องกรอกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เช่น ชื่อหรือชื่อนิติบุคคล ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร รวมถึงข้อมูลอื่นตามที่ระบบหรือบริษัทกำหนด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนส่งข้อมูลให้แก่บริษัท

เมื่อผู้ใช้บริการกรอกและส่งข้อมูลครบถ้วนแล้ว บริษัทจะดำเนินการจัดทำใบกำกับภาษีตามข้อมูลการใช้บริการและข้อมูลที่ผู้ใช้บริการแจ้ง โดยใบกำกับภาษีจะถูกจัดทำผ่านระบบอัตโนมัติของบริษัทตามรูปแบบที่บริษัทกำหนด และผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงหรือจัดเก็บใบกำกับภาษีผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการพบว่าข้อมูลในใบกำกับภาษีไม่ถูกต้องอันเนื่องมาจากการกรอกข้อมูลของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งขอแก้ไขข้อมูลผ่าน LINE Official Account: @Evonestation โดยบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและแจ้งขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้ผู้ใช้บริการทราบ ทั้งนี้ การแก้ไขหรือออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

ในกรณีที่บริษัทได้จัดส่งใบกำกับภาษีไปยัง E-mail Address หรือช่องทางที่ผู้ใช้บริการแจ้งไว้อย่างถูกต้องแล้ว แต่ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับหรือเข้าถึงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจากข้อมูลการติดต่อไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดเพื่อขอให้บริษัทตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่ไม่สามารถจัดส่งหรือให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงใบกำกับภาษีได้เนื่องจากเหตุขัดข้องของระบบ หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท บริษัทจะดำเนินการแก้ไขและจัดส่งหรือให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงใบกำกับภาษีตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

ข้อกำหนดทั่วไป

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม โดยจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงผ่านเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท และให้ถือว่านโยบายฉบับปรับปรุงล่าสุดมีผลใช้บังคับทันทีที่ประกาศ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขอรับใบกำกับภาษี สามารถติดต่อบริษัทได้ที่ service@elementenergy.io.

นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 03.06.2569 เป็นต้นไป
นโยบายการใช้บัตร Gift Card และ Fleet Card
สำหรับบริการสถานีชาร์จไฟฟ้า (EV One Station)
วัตถุประสงค์

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข สิทธิ และหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออก การจำหน่าย การใช้ และการบริหารจัดการบัตร Gift Card และบัตร Fleet Card สำหรับการใช้ชำระค่าบริการสถานีชาร์จไฟฟ้าของ
บริษัท เอเลเม้นท์ เอ็นเนอร์จี้ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ภายใต้ชื่อ EV One Station เพื่อให้ผู้ถือบัตรทุกประเภทเข้าใจขอบเขตการใช้บัตรการให้บริการของบริษัท

คำนิยาม

เพื่อความชัดเจนในการตีความและบังคับใช้นโยบายฉบับนี้ ให้คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่ข้อความจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตร Gift Card
ขอบเขตการใช้งานและมูลค่าบัตร

  • บัตรนี้สามารถใช้ชำระค่าบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สถานี EV One Station เท่านั้น
  • บัตรนี้มีมูลค่าตามที่ระบุไว้หน้าบัตรหรือในระบบของบริษัท ไม่สามารถแลกเปลี่ยน ทอนเป็นเงินสด หรือขอคืนเงินสำหรับมูลค่าคงเหลือในบัตรได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ
  • ผู้ถือบัตรสามารถชำระค่าบริการได้ภายในวงเงินหรือมูลค่าคงเหลือในบัตร หากมูลค่าคงเหลือในบัตรถูกใช้ครบแล้ว ระบบจะสิ้นสุดการให้บริการโดยอัตโนมัติ และผู้ถือบัตรจะไม่สามารถใช้บริการต่อไป
  • เว้นแต่จะชำระค่าบริการด้วยวิธีการชำระเงินอื่นตามที่บริษัทกำหนด
  • ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบมูลค่าคงเหลือในบัตรได้ที่ evonestation.io หรือสอบถามผ่าน EV One Station Contact Center

การจัดส่งและการรับบัตร

  • กรณีสั่งซื้อบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ บริษัทจะจัดส่งบัตรตามข้อมูลที่ผู้ซื้อแจ้งไว้ภายใน 5 วันทำการ
  • นับแต่วันที่บริษัทได้รับชำระเงินครบถ้วน ทั้งนี้ ระยะเวลาการจัดส่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผู้ให้บริการขนส่งหรือเกิดเหตุสุดวิสัย
  • ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งบัตรผ่านอีเมลที่แจ้งไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งหมายเลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) ไปยังอีเมลดังกล่าวเมื่อจัดส่งบัตรเรียบร้อยแล้ว
  • หากผู้ซื้อไม่ได้รับบัตรภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือได้รับบัตรชำรุดเสียหายจากการจัดส่ง กรุณาติดต่อ EV One Station Contact Center ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับบัตรหรือวันที่ควรได้รับ เพื่อให้บริษัทตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสม

บัตรชำรุด สูญหาย หรือถูกโจรกรรม

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับบัตรที่ชำรุด ไม่สมบูรณ์ ถูกแก้ไข ดัดแปลง หรือมีลักษณะที่ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของบัตรได้
  • กรณีบัตรสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกนำไปใช้โดยบุคคลอื่น ผู้ถือบัตรสามารถแจ้งบริษัทเพื่อขอระงับการใช้งานบัตรดังกล่าวได้ โดยบริษัทจะดำเนินการระงับการใช้งานเมื่อได้รับแจ้ง ทั้งนี้ บริษัทไม่ออกบัตรทดแทนสำหรับบัตรที่สูญหายหรือถูกขโมย และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนการระงับการใช้งานบัตร

อายุการใช้งานบัตร

บัตรนี้มีอายุการใช้งาน 3 ปี นับจากวันที่ผู้ซื้อได้รับบัตร ณ ที่อยู่จัดส่งที่ระบุไว้ โดยบริษัทจะยึดวันที่ส่งมอบตามข้อมูลของผู้ให้บริการขนส่งเป็นหลัก เมื่อพ้นกำหนดอายุดังกล่าวจะไม่สามารถใช้บัตรหรือเรียกร้องมูลค่าคงเหลือในบัตรได้

การระงับสิทธิและการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยกเลิกการใช้บัตร หากตรวจพบการใช้บัตรโดยทุจริต การปลอมแปลง การแก้ไขดัดแปลงบัตร หรือการใช้งานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่กระทบสิทธิของผู้ถือบัตรที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ
  • การใช้บัตรนี้ถือว่าผู้ถือบัตรได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรของบริษัททุกประการ
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตร Fleet Card
ขอบเขตการใช้งาน

  • บัตรนี้สามารถใช้รับบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สถานี EV One Station เท่านั้น
  • การใช้บัตร วงเงินการใช้บริการ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาให้บริการ EV One Station

กรรมสิทธิ์และการโอนสิทธิ

  • บัตรนี้เป็นทรัพย์สินของบริษัท ผู้ถือบัตรไม่มีสิทธิจำหน่าย โอน หรือให้บุคคลอื่นใช้บัตร เว้นแต่บริษัทจะอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ผู้ถือบัตรมีหน้าที่เก็บรักษาบัตรและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัตรไว้เป็นความลับและป้องกันมิให้บุคคลอื่นนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

การระงับ ยกเลิก และการเรียกคืนบัตร

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการระงับ ยกเลิก หรือเรียกคืนบัตรตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาการให้บริการ EV One Station รวมถึงกรณีตรวจพบการใช้บัตรโดยทุจริต ผิดเงื่อนไขสัญญา หรือฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้

บัตรสูญหาย ชำรุด หรือใช้งานไม่ได้

  • กรณีบัตรสูญหายชำรุดหรือไม่สามารถใช้งานได้ การออกบัตรใหม่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมที่กำหนดในสัญญาการให้บริการ EV One Station
  • ผู้ถือบัตรมีหน้าที่แจ้งบริษัทโดยไม่ชักช้าเมื่อทราบว่าบัตรสูญหาย ถูกขโมย หรือมีการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้บริษัทดำเนินการระงับการใช้บัตรดังกล่าว ทั้งนี้ ความรับผิดชอบต่อรายการใช้บัตรที่เกิดขึ้นก่อนการแจ้งให้ระงับบัตรให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาการให้บริการ

การยอมรับเงื่อนไข

การใช้บัตรนี้ถือว่าผู้ถือบัตรได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาการให้บริการ EV One Station และนโยบายฉบับนี้ทุกประการ

ข้อกำหนดทั่วไป

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม โดยจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงผ่านเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท และให้ถือว่านโยบายฉบับปรับปรุงล่าสุดมีผลใช้บังคับทันทีที่ประกาศ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • ผู้ถือบัตรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาการใช้บัตรได้ที่ evonestation.io หรือ EV One Station Contact Center โทร. 081-943-0669.

นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11.08.2569 เป็นต้นไป